SSF RMF ใครบ้างควรซื้อ ควรซื้อตัวไหน ควรซื้อตอนไหน ควรซื้อเท่าไหร่? ลดหย่อนภาษีได้แค่ไหน? คุ้มมั้ย? | นโยบาย การ ลงทุน

SSF RMF ใครบ้างควรซื้อ ควรซื้อตัวไหน ควรซื้อตอนไหน ควรซื้อเท่าไหร่? ลดหย่อนภาษีได้แค่ไหน? คุ้มมั้ย?


นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

SSF RMF ใครกำลังลังเลว่าควรซื้อมั้ย ซื้อ SSF หรือ ​RMF ดี? หรือซื้อเท่าไหร่ดี? จะรอซื้อปลายปี หรือซื้อเลยดี? ลดหย่อนภาษีได้แค่ไหน? คลิปนี้มีคำตอบ 15นาที เข้าใจ SSF RMF พร้อมตัดสินใจเลย

SSF RMF ใครบ้างควรซื้อ ควรซื้อตัวไหน ควรซื้อตอนไหน ควรซื้อเท่าไหร่? ลดหย่อนภาษีได้แค่ไหน? คุ้มมั้ย?

ASEAN RoundUp EP24เตรียมพาสปอร์ต รอขึ้นรถไฟอาเซียน-จีน เที่ยวแรกลาว-จีน 2 ธ.ค.2564


เส้นทางคมนาคมขนส่งในอาเซียน จะเป็นตัวเสริมการค้าในอาเซียนให้เดินหน้า โดยเฉพาะโครงการเชื่อมโยงด้านการขนส่งทางรางค่อนข้างเด่นชัดจากทุนจีน ภายใต้ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง One Belt One Road” หรือ “เส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21”
มีการทุ่มทุนเพื่อเชื่อมต่อการขนส่งคมนาคมหลายเส้นทาง โดยเฉพาะเส้นทางเดินรถไฟความเร็วสูงจากสาธารณรัฐประชาชนจีนที่เชื่อมต่ออาเซียน ทั้งเวียดนาม ไทย เมียนมา และลงไปที่สิงคโปร์
เส้นทางแรกจีนลาวจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ในช่วงวันที่ 2 ธันวาคม 2564 ซึ่งจะทำให้มีนักท่องเที่ยวจากจีนจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาที่ สปป.ลาวซึ่งมีนโยบายพัฒนาปะเทศจากแลนด์ล็อค สู่ แลนด์ลิงค์ด้วยรถไฟความเร็วสูง จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ขยายตลาดเข้ามายัง สปป.ลาว และกระจายสินค้าสู่ตลาดที่ 3
การเชื่อมโยงผู้คน การค้า การลงทุนภายในอาเซียนและอาเซียนกับจีนด้วยระบบราง มีความน่าสนใจอย่างไร ติดตาม ได้กับ อาจารย์ ทรงฤทธิ์ โพนเงิน ผู้เชี่ยวชาญด้านกลุ่มประเทศอาเซียน จากคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ
รถไฟความเร็วสูง รถไฟความเร็วสูงจีนลาว การเชื่อมโยงด้านการขนส่งทางรางอาเซียน

ASEAN RoundUp EP24เตรียมพาสปอร์ต รอขึ้นรถไฟอาเซียน-จีน   เที่ยวแรกลาว-จีน 2 ธ.ค.2564

นโยบายการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐ 1


นโยบายสาธารณะด้านการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐ (1) :
กรณีศึกษาสนามบินสุวรรณภูมิ
รศ.ดร.อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
23 ธันวาคม 2553

นโยบายการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐ 1

มุมมองต่อนโยบายการเงินและการประชุม กนง. วันนี้ | HIGHLIGHT


ประเมินผลการประชุม กนง. ที่จะประกาศในวันนี้ (18 พฤศจิกายน 2563)
.
วิเคราะห์ภาพใหญ่เศรษฐกิจสหรัฐฯจีน ใครจะพัฒนาและเติบโตได้ดีกว่ากัน กับ ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยการลงทุน สายงานวิจัย บล.ไทยพาณิชย์
.
ติดตามรายการ Morning Wealth ทุกวันจันทร์ศุกร์ เวลา 07.0008.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH
.
นโยบายการเงิน กนง เศรษฐกิจสหรัฐฯจีน Investment MorningWealth THESTANDARDWEALTH

มุมมองต่อนโยบายการเงินและการประชุม กนง. วันนี้ | HIGHLIGHT

นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแบบไหน เหมาะกับสถานการณ์แบบโควิด (นโยบายการเงิน vs นโยบายการคลัง) ?


ช่วงนี้กำลังเป็นช่วงที่มีเหตุการณ์โรคระบาดและเศรษฐกิจหดตัว หลายประเทศก็จะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาเพื่อช่วยลดผลกระทบจากโรคระบาด เป็นโอกาสดีที่เราจะทำความรู้จักกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจให้ละเอียดขึ้นอีกนิดนึง วันนี้ผมมาอธิบายความแตกต่างระหว่างนโยบายการเงิน (Monetary policy) กับนโยบายการคลัง (Fiscal policy) กันครับ เผื่อคนที่ยังไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนจะได้เข้าใจภาพรวมมากขึ้นและเห็นภาพว่านโยบายที่เค้าพยายามทำกันอยู่มันมีที่มาที่ไปยังไงและทำไมเค้าถึงทำ
Monetary policy เป็นนโยบายที่ทำงานผ่านปริมาณเงิน (money supply) ในระบบเศรษฐกิจ โดยมีคนบริหารจัดการเป็นธนาคารแห่งประเทศไทย เวลาที่เราได้ยินข่าวบอกว่าลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายหรือมีการซื้อพันธบัตร (bond buying) พวกนี้คือ monetary policy ทำไปเพื่อกระตุ้นให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อมากขึ้น, ให้ภาคธุรกิจกู้ยืมเงินได้ถูกลงจะได้ลงทุนเยอะขึ้น, ให้คนเอาเงินออกมาใช้จ่าย
Fiscal policy เป็นนโยบายที่ทำงานผ่านภาษีและการใช้จ่ายของรัฐบาล คนที่เป็นคนทำก็จะเป็นรัฐบาล การกระตุ้นเศรษฐกิจก็ทำได้ทั้งโดยการลดภาษีเพื่อให้คนมีรายได้เยอะขึ้นจะได้ใช้จ่ายได้เยอะขึ้น หรือไม่ก็ใช้จ่ายกับโครงการต่างๆเยอะขึ้นซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นการใช้จ่ายกับ public goods (สินค้าสาธารณะ) เช่นซ่อมถนน, ทำโรงเรียน, ปรับปรุงระบบประปา, ทำทางรถไฟความเร็วสูง, ฯลฯ แต่สองแบบนี้มันมักจะระยะยาวและไม่ได้เกิดผลทันที บางครั้งเพื่อให้เกิดผลอย่างรวดเร็วก็จะมี fiscal policy ที่ใช้จ่ายกับโครงการระยะสั้นเพื่อให้กระตุ้นเศรษฐกิจทันทีเช่น ช็อปช่วยชาติ, ให้เงินช่วยเหลือคนที่ตกงานช่วงโรคระบาด, ฯลฯ
สังเกตว่าวิธีการของ monetary policy พยายามกระตุ้นเศรษฐกิจโดยให้เอกชนเป็นคนใช้จ่าย ส่วน fiscal policy คือรัฐบาลเป็นคนใช้จ่ายก่อนเลย
ทีนี้อย่างกรณีของ COVID19 นโยบายที่จะได้ผลมากกว่าจะเป็น fiscal policy เพราะในเวลานี้ต่อให้ใช้ monetary policy ปรับอัตราดอกเบี้ยต่ำลงธนาคารก็ไม่ได้อยากจะปล่อยกู้อะไรนักหนาเพราะตัวเองก็ต้องระวัง NPL ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน บริษัทก็ไม่มีใครอยากลงทุนอะไรเพิ่มเยอะเพราะสถานการณ์ไม่ปกตินักท่องเที่ยวไม่มี, ช่วงก่อนห้างร้านอะไรก็ถูกสั่งปิด และคนเองก็ไม่พร้อมจะออกมาใช้จ่ายเพราะบางคนก็ขาดรายได้ไปช่วงนึงและบางส่วนก็ยังใช้จ่ายระมัดระวังไม่ซื้ออะไรใหญ่ๆ
แต่ถ้าเป็น fiscal policy ก็ไม่เป็นปัญหาเพราะรัฐบาลเป็นคนใช้จ่ายโดยตรง และโครงการอย่างการให้เงินช่วยเหลือคนที่ตกงานจากโรคระบาดก็เป็นการช่วยพยุงให้คนยังสามารถใช้จ่ายซื้อสินค้าจำเป็นได้อยู่ ช่วยบรรเทาปัญหาได้ชั่วคราวแล้วก็ภาวนาว่าเมื่อเปิดเศรษฐกิจกลับมาคนจะกลับมาใช้จ่ายปกติ
ล่าสุดอย่างนโยบายที่ออกมาสนับสนุนให้คนไปท่องเที่ยวแล้วรัฐบาลช่วยออก ผมก็เห็นด้วยนะ มันก็คือรัฐบาลพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจแบบที่รัฐไม่ได้ออกเงินอยู่คนเดียวแล้วให้คนทั่วไปช่วยออกเงินด้วย ถือว่าฉลาดดีอยู่ ในเวลาปกติผมอาจจะด่าเพราะมองว่า fiscal policy แบบนี้มันได้ผลอยู่แวบเดียวไม่เหมือนพวกที่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างอื่น แต่ตอนนี้มันสถานการณ์ผิดปกติจริงๆครับ
ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง Comment ได้เลยนะครับ
ติดตามข่าวสารเราได้บน Facebook
https://www.facebook.com/smartstockinvestment/
ตอนนี้เรามีคอร์ส Workshop ออนไลน์แล้วด้วยนะ
http://www.adisonc.com/courses

นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแบบไหน เหมาะกับสถานการณ์แบบโควิด (นโยบายการเงิน vs นโยบายการคลัง) ?

นอกจากการดูหัวข้อนี้แล้ว คุณยังสามารถเข้าถึงบทวิจารณ์ดีๆ อื่นๆ อีกมากมายได้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่Economy

Leave a Comment