ค่าโอนที่สำนักงานที่ดิน|Meesara by Nong | คำนวณ ภาษี ที่ดิน

ค่าโอนที่สำนักงานที่ดิน|Meesara by Nong


นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

ค่าโอนที่สำนักงานที่ดิน ตกลงให้ดีผู้ซื้อหรือผู้ขาย ใครเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ซึ่งจะให้เคลียร์แจ้งไปเลยว่าค่าโอนประกอบไปด้วย ค่าธรรมเนียม, ค่าอากร ,ค่าภาษี ,ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ ทั้งหมดนี้ใครเป็นคนออก เพราะเวลาเห็นค่าโอนที่แพงแล้วอาจจะมีปัญหาตามมาทีหลัง

ค่าโอนที่สำนักงานที่ดิน|Meesara by Nong

1 ตารางวา…ยาวกี่เมตร


1 ตารางวา...ยาวกี่เมตร

สรุปจบในคลิปเดียว คำนวณค่าใช้จ่าย ณ กรมที่ดิน ค่าใช้จ่ายโอนที่ดิน และค่าใช้จ่ายโอนบ้าน | Guru Living


สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาคุยกันในอีกหนึ่งหัวข้อที่ได้รับความสนใจกันเป็นอย่างมากนะครับว่าการที่เราไปโอนบ้าน คอนโด หรือที่ดิน ณ กรมที่ดินเนี่ยเราจะมีค่าใช้จ่ายอะไรที่เราต้องเสียบ้างในฐานะทั้งเราเป็นผู้ซื้อหรือผู้ขายก็ตาม วันนี้ผมจะมาอธิบายค่าใช้จ่ายทุกๆอย่างโดยละเอียดเลยครับ

ก่อนอื่นเลยค่าใช้จ่าย ณ กรมที่ดินหากว่าเรามีการซื้อขาย บ้าน คอนโด หรือที่ดินกันจะมี 5 ตัวหลักๆครับคือ
1. ค่าธรรมเนียมการโอน
2. ค่าจดจำนอง
3. ค่าอากรแสตมป์
4. ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ
5.ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ตัวอย่างการคำนวณ
นาย A ทำการขายบ้านให้นาย B โดยมีราคาซื้อขายอยู่ที่ 2,500,000 บาท และบ้านมีราคาประเมินกรมที่ดินอยู่ที่ 2,800,000 บาท โดยนาย A ถือครองบ้านหลังนี้มาแล้ว 2 ปี (มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านครบ 1 ปี) และนาย B กู้สินเชื่อจากธนาคารในวงเงินเต็มจำนวน 2,500,000 บาท คำถามคือจะมีค่าใช้จ่าย ณ กรมที่ดินอะไรบ้าง

ค่าใช้จ่ายจะมี 5 ตัวหลักๆดังต่อไปนี้ครีบ
ค่าธรรมเนียมการโอน
ค่าจดจำนอง
ค่าอากรแสตมป์
ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ
ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

เรามาดูกันแต่ละตัวเลยครับ ในที่นี้ราคาเราคิดจากราคาขายหรือราคาประเมิณแล้วแต่ราคาไหนมากกว่าเอาราคานั้นครับ ในที่นี้เราใช้ 2,800,000 บาท ที่เป็นราคาประเมินครับ

ค่าธรรมเนียมการโอน คิด 2% จากราคาประเมิน
2,800,000 x 2% = 56,000 บาท
โดยปรกติแล้วค่าธรรมเนียมการโอน จะแบ่งกันรับผิดชอบคนละครึ่งระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย แล้วแต่ตกลงตามหน้าสัญญาครับ

ค่าจดจำนอง คิด 1% ของวงเงินสินเชื่อที่เราไปขอจากธนาคาร
2,500,000 x 1% = 25,000 บาท
ค่าจดจำนองทางผู้ซื้อต้องเป็นผู้จ่าย

3.ค่าอากรแสตมป์ คิดเป็น 0.5%ของราคาประเมิณ
2,800,000 x 0.5% = 14,000 บาท
แล้วแต่ตกลงกันหน้าสัญญาว่าจะให้ผู้ซื้อหรือผู้ขายชำระ

4.ภาษีธุรกิจเฉพาะ ในกรณีที่มีชื่อในทะเบียนบ้าน 1 ปีหรือถือครองบ้านมาแล้วเกิน 5 ปี เราจะเสียแค่ค่าอากรแสตมป์ไม่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะครับ แต่ถ้าเสียโดยปรกติผู้ขายจะต้องเป็นคนเสียภาษีธุรกิจเฉพาะครับ

5.ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

5.1 เงินได้
ในกรณีนี้เราเลือกใช้ราคาที่มากที่สุดระหว่าง “ราคาขายหน้าสัญญา” กับ “ราคาประเมิณกรมที่ดิน” ในโจทย์นี้เราได้ได้ราคาทรัพย์ที่ 2.8 ล้านบาทครับ

5.2ค่าลดหย่อนตามปีที่ถือครอง
ในกรณีนี้เราถือครอง 2 ปีดูจากตารางเราต้องคิดรายได้เป็นร้อยละ 84 ของเงินได้(ราคาประเมิน)

ค่าลดหย่อน = เงินได้ x 84% = 2,800,000 x 84% = 2,352,000 บาท

มูลค่าที่จะนำมาคิดภาษี = เงินได้ ค่าลดหย่อน
= 2,800,000 2,352,000
= 448,000 บาท

5.3 หารจำนวนปีที่ถือครอง = มูลค่าที่จะนำมาคิดภาษี / 2 (ถือครองมา 2 ปี)
= 448,000 / 2
= 224,000 บาท

5.4 อัตราภาษีเงินได้ (ต่อปี)
นำเงิน 224,000 มาดูในช่องอัตราภาษีเงินได้ว่าเราอยู่ช่องไหนครับ ในที่นี้เราต้องเสียในช่วง

ช่วงแรก 1 300,000 บาท อัตราภาษี 5%
224,000 x 5% = 11,200 บาท

ดังนั้นอัตราภาษีเงินได้แต่ละปีคือ 11,200 บาท ต่อปี

ขั้นตอนสุดท้ายคือเอาจำนวนปีที่ถือครองเข้าไปคูณกับภาษีที่ต้องเสียในแต่ละปีจะได้เป็น
11,200 x 2(จำนวนปีที่ถือครอง)

ดังนั้นภาษีเงินได้ที่ผู้ขายต้องจ่ายคือ 22,400 บาท

จากโจทย์กำหนดจะเห็นว่าค่าใช้จ่ายต่างๆในกรมที่ดินจะมีดังนี้

ค่าธรรมเนียมการโอน 56,000 บาท
ค่าจดจำนอง 25,000 บาท
ค่าอากรแสตมป์ 14,000 บาท
ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ ไม่เสีย
ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 22,400

ถ้าจนถึงตอนนี้ใครยังงงอยู่ไม่เป็นไรนะครับ เพราะสุดท้ายตัวเลขพวกนี้กรมที่ดินเขาจะคิดคำนวนออกมาให้เราครับ เพียงแต่ว่าถ้าเราสามารถคำนวนตัวเลขเหล่านี้ได้ก่อน จะทำให้เราสามารถรู้รายจ่ายที่กำลังจะเกิดขึ้น พร้อมเตรียมรับมือ วางแผนหารายได้มารองรับค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้ครับ

ค่าใช้จ่ายกรมที่ดิน ค่าใช้จ่ายโอนบ้าน คำนวณค่าใช้จ่ายกรมที่ดิน ค่าใช้จ่ายกรมที่ดินคิดยังไง ค่าใช้จ่ายโอนที่ดิน ค่าใช้จ่ายโอนคอนโด ค่าใช้จ่ายในการโอนบ้าน ค่าใช้จ่ายโอนบ้านมือสอง ค่าใช้จ่ายโอนบ้านมือหนึ่ง

สรุปจบในคลิปเดียว คำนวณค่าใช้จ่าย ณ กรมที่ดิน ค่าใช้จ่ายโอนที่ดิน และค่าใช้จ่ายโอนบ้าน | Guru Living

#ที่ดินติดถนนลาดยางเส้นหลัก เก็บไว้ทำกำไรได้ รอการขยายเป็นถนน 4 เลน โฉนด 10.5 ไร่ #ไร่ละ 350,000.-


📣ขายที่ดินติดถนนลาดยางเส้นหลัก โฉนด 10 ไร่ 2 งาน 11 ตารางวา ต.เมืองไผ่ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์
👉ชมวีดีโอที่ดินแปลงนี้พร้อมพิกัดในเพจ\”ขายที่ดินโดยภาคิน รัตนะ\”
📌เอกสารสิทธิ์เป็นโฉนดครุฑแดง
📌อยู่ติดกับถนนลาดยางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2166 เส้นหนองกี่ลำปลายมาศ กำลังมีการขยายเป็นถนน 4 เลน
📌อยู่ในเขตพื้นที่บ้านขามใหญ่ ตำบลเมืองไผ่ อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์
📌หน้ากว้างติดถนน 66 เมตร ลึกเข้าไปทางด้านท้ายแปลง 270 เมตร
📌ที่ดินเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
📌แปลงที่ดินหันหน้าไปทางทิศเหนือ ปัจจุบันเป็นนาข้าว
📌อยู่ต่ำกว่าถนนลาดยางประมาณ 1 เมตร
📌สามารถมาถมดิน เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยประกอบกิจการค้าขาย หรือทำธุรกิจได้
📌สำหรับอัตราค่าถมดินบริเวณนี้จะอยู่ที่ประมาณไร่ละ 100,000 บาทต่อพื้นที่ 1 ไร่ต่อความสูง 1 เมตร หรือจะมาขุดสระเก็บน้ำบริเวณด้านท้ายแปลงที่ดินของเราสัก 1 ลูก แล้วย้ายดินที่ได้มาถมบริเวณด้านหน้า ก็จะช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายในการถมดินได้มาก
📌ที่ดินบริเวณนี้เป็นที่สูงน้ำไม่ท่วม อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 212 เมตร
📌มีไฟฟ้า ประปา เพื่อนบ้านพร้อม
📌เหมาะสำหรับสร้างบ้านพักอาศัย เปิดกิจการค้าขาย ทำอู่ซ่อมรถ สร้างโกดังสินค้า ร้านวัสดุก่อสร้าง หรือจะซื้อเก็บไว้เพื่อทำกำไรในภายภาคหน้าก็ได้ เนื่องจากในภายภาคหน้าจะมีการขยายช่องทางจราจรให้กลายเป็นถนน 4 เลน
📌อยู่ห่างจากสถานีอนามัยบ้านขามใหญ่มาเพียง 150 เมตร
📌อยู่ห่างจากชุมชนบ้านขามใหญ่ ประมาณ 400 เมตร
📌ห่างจากถนนโชคชัยเดชอุดมหมายเลข 24 บริเวณที่ว่าการอำเภอหนองกี่ และตลาดสดเทศบาลหนองกี่ ประมาณ 15 กิโลเมตร
📌ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ 80 กิโลเมตร
📌ห่างจากสนามบินบุรีรัมย์ 111 กิโลเมตร
📌ห่างจากกรุงเทพฯ 300 กิโลเมตร
📌ต้องการขายยกแปลงในราคาไร่ละ 350,000 บาท
☎️สนใจติดต่อสอบถามโทร ID LINE 081 4133 164
📌ปักหมุด
https://maps.app.goo.gl/Vo5HGZwzsoPGKDHR7

#ที่ดินติดถนนลาดยางเส้นหลัก เก็บไว้ทำกำไรได้ รอการขยายเป็นถนน 4 เลน โฉนด 10.5 ไร่ #ไร่ละ 350,000.-

ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน เกษตรกรเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอย่างไร l สรุปจบในคลิปเดียว | Guru Living


คลิปภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแบบตัวเต็ม
https://www.youtube.com/watch?v=_IW7_3s2ZcE\u0026t=42s
จากประกาศการบังคับใช้เรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปี 2563 นี้ซึ่งมีผลกระทบอย่างมากกับคนที่เป็นเจ้าของ ที่ดิน เจ้าของไร่ เจ้าของนา ที่ต้องมาศึกษาข้อมูลและเตรียมความพร้อมในการเสียภาษีตัวนี้อย่างถูกต้องครับ

ก่อนอื่นที่เราจะมาพูดถึงหัวข้อที่จะคุยวันนี้เรามาดูพื้นฐานวิธีการคิดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกันก่อนนะครับว่าภาษีตัวนี้มีหลักการคิดอย่างไร
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะคิดคำนวณจาก
มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง + การใช้ประโยชน์ของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้น
การใช้งานของที่ดินนั้นแบ่งเป็น 4 ประเภทหลักและมีการคิดอัตราภาษีที่แตกต่างกันดังนี้ครับ
1. เกษตรกรรม
2. ที่พักอาศัย
3 กลุ่มพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม
4. ที่ดินรกร้างว่างเปล่า

ซึ่งภาษีตัวนี้จะถูกจัดเก็บองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเช่น เทศบาลหรืออบต เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาท้องถิ่น ทั้งหมด โดยไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้ของรัฐบาลครับ
มาถึงในส่วนหัวข้อที่เราจะมาคุยกันวันนี้ ว่า
เจ้าของไร่ เจ้าของนา เจ้าของสวน จะต้องจ่ายภาษีแบบไหนและต้องจ่ายในอัตราเท่าไร
แน่นอนครับสำหรับเกษตรกรที่มีที่ดินเพื่อทำการเกษตรไม่ว่าจะ ปลูกข้าว ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ การคิดภาษีที่ดินก็จะคิดแบบ ที่ดินเกษตรกรรม วึ่งมีอัตราการคิดภาษีดังนี้ครับ

อัตราที่เราจะต้องเสียภาษีที่ดินเพื่อการเกษตรคือ
มูลค่า 075 ล้านบาท อัตราภาษี 0.01% (เท่ากับต้องเสียภาษี ล้านละ 100 บาท
มูลค่าเกิน 75100 ล้านบาท อัตราภาษี 0.03% (เท่ากับต้องเสียภาษี ล้านละ 300 บาท
มูลค่าเกิน 100500 ล้านบาท อัตราภาษี 0.05% (เท่ากับต้องเสียภาษี ล้านละ 500 บาท
มูลค่า เกิน 5001,000 ล้านบาท อัตราภาษี 0.07% (เท่ากับต้องเสียภาษี ล้านละ 700 บาท)
มูลค่า 1,000 ล้านบาทขึ้นไป อัตราภาษี 0.10% (เท่ากับต้องเสียภาษี ล้านละ 1,000 บาท)
กรณีเป็นบุคคลธรรมดา
ไม่ต้องเสียภาษีใน 3 ปีแรกที่กฎหมายบังคับใช้
ปีที่ 4 เป็นต้นไป ได้รับยกเว้น 50 ล้านบาทแรก/เขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน ส่วนที่เกินคิดตามอัตราภาษีจริง

ดังนั้นสำหรับคนที่มีที่ดินเพื่อการเกษตรไม่ต้องตกใจไปนะครับ ในช่วง 3 ปีนี้เราจะได้รับการยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างครับและหลังจากปีที่ 4 เป็นต้นไปถ้ามูลค่าที่ดินเรายังไม่เกิน 50 ล้านเราก็ไม่ต้องเสียที่ดินอีกเช่นเคยครับ ณ ตอนนี้ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนะครับ เราต้องดูประกาศกันต่อไปว่าจะมีการีเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง
แล้วพิจารณาอย่างไรหละว่าที่ดินตรงนี้เป็นที่ดินเพื่อการเกษตร
ตรงนี้เป็นอีกหนึ่งหหัวข้อที่น่าสนใจมากเลยครับว่าจะดูยังไงว่าที่ดินตรงนี้เป็นที่ดินเพื่อการเกษตร เรามีที่ว่างเปล่าแล้วเอากล้วยมาปักสักต้นนึงเราเรียกที่ดินผืนนี้ว่าที่ดินเกษตรได้ไหม ตรงนี้ผมขอตอบในส่วนที่กฎหมายเขาบอกมานะครับว่าการพิจารณานั้นจะดูตาม
สภาพข้อเท็จจริง
พื้นที่ที่ใช้ในการทำการเกษตร
ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต่อเนื่องสำหรับทำการเกษตร
และผมคิดว่าคงพิจารณาจากหน่วยงานที่จัดเก็บภาษีตัวนี้คือองกรส่วนท้องถิ่น เทศบาล หรือ อบต ครับ ดังนั้นผมคิดว่าการที่เรามีที่ดินเปล่าแล้วเอากล้วยไปปลูกสัก 1 ต้นทางเทศบาลคงไม่ยอมเรียกที่ผืนนี้ว่า ที่ดินเพื่อการเกษตรหรอกจริงไหมครับ ในส่วนความชัดเจนและเกณในการพิจารณาเราต้องดูประกาศกันอีกทีครับ

สรุปสำหรับคนที่มีที่ดินที่อยู่ในเกณการเกษตร ถ้าคุณเป็นบุคคลธรรมดาหรือคนทั่วไปและที่ดินของคุณมีมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท คุณไม่เสียภาษีที่ดินนะครับ เน้นอีกทีครับ คุณไม่เสียภาษีที่ดินครับ
หรือถ้ามูลค่าที่ดินเกษตรของคุณเกิน 50 ล้าน ใน 3 ปีแรก (2563 2566 )คุณยังไม่เสียภาษีครับคุณจะไปเริ่มเสียภาษีในปีที่ 4 และเสียจากมูลค่าที่เกิน 50 ล้านแรกไปแล้วครับ
ดังนั้นจริงๆาภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเนี่ย สำหรับที่ดินเพื่อการเกษตรถือว่าเสียไม่เยอะเลยนะครับ ยิ่งถ้าเราไม่ได้่ถือครองที่ดินที่มูลค่ารวมไม่เกิน 50 ล้านด้วยแล้วเรายิ่งไม่ต้องเสียภาษีตัวนี้เลยด้วยซ้ำ ทำใจสบายๆและไปกันต่อนะครับ
ภาษีที่ดินเพื่อการเกษตร ภาษีที่ดินเกษตรกรรม ภาษีที่ดินชาวนา ภาษีที่ดินเกษตรกร ภาษีที่ดินเกษตร ภาษีที่ดินชาวไร่ ภาษีที่ดินชาวสวน ภาษีที่ดินประมง ภาษีที่ดินไร่นา ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีที่ดิน2563

ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน เกษตรกรเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอย่างไร l สรุปจบในคลิปเดียว | Guru Living

นอกจากการดูหัวข้อนี้แล้ว คุณยังสามารถเข้าถึงบทวิจารณ์ดีๆ อื่นๆ อีกมากมายได้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆEconomy

Leave a Comment