ความรอบรู้ เหตุการณ์ปัจจุบัน 2564 [ แนวข้อสอบ กพ. \u0026 ครูผู้ช่วย ] ข้อมูลถึงวันที่ 31 มกราคม 2564 | กระทรวง ใหม่ ล่าสุด

ความรอบรู้ เหตุการณ์ปัจจุบัน 2564 [ แนวข้อสอบ กพ. \u0026 ครูผู้ช่วย ] ข้อมูลถึงวันที่ 31 มกราคม 2564


นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

ฝากดูคลิปเพิ่มเติมครับ อาจจะเป็นประโยชน์ต่อท่าน
พรบ การศึกษา 2542
https://youtu.be/qj6bMHbR5gs
พรบ สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา 2546
https://youtu.be/WgzjUXPLFs
พรบ ระเบียบข้าราชครูและบุคลากรทางการศึกษา (หมวด15)
https://youtu.be/w7aKalhNeGw
พรบ ระเบียบข้าราชครูและบุคลากรทางการศึกษา (หมวด69)
https://youtu.be/ncZbZZWhwg8
คุณธรรมสำหรับครู
https://youtu.be/bUxMdSYgBCI
อุปมา อุปไมย
https://youtu.be/VY1GQ1vfGHQ
อนุกรม ลำดับเลขคณิต
https://youtu.be/Nef7uOf6r6U

ความรอบรู้ เหตุการณ์ปัจจุบัน 2564 [ แนวข้อสอบ กพ. \u0026 ครูผู้ช่วย ] ข้อมูลถึงวันที่ 31 มกราคม 2564

เคลียร์ชัดๆ ล็อกดาวน์หรือไม่ ถ้าเจอ Omicron – มองปรากฏการณ์ ไล่ ‘Amnesty’ พ้นไทย | THE STANDARD NOW


โฆษกรัฐบาลปัด ยังไม่ได้พิจารณาล็อกดาวน์ปิดประเทศถ้าเจอ Omicron
โควิดสายพันธุ์ Omicron ยังเดินหน้าแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดพบแล้วใน 19 ประเทศ กลายเป็นความหวาดวิตกใหม่ของคนทั้งโลก หลังผ่านพ้นวิกฤตจากสายพันธุ์เดลตามาได้ไม่นาน
แต่ล่าสุด การประชุม ครม. วันนี้ มีรายงานว่า มีการเคาะตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. เล็งใช้มาตรการปิดประเทศล็อกดาวน์อีกครั้ง หากพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ Omicron แต่ไม่ทันไร ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกรัฐบาล ก็รีบออกมาแก้ทันทีว่ายังไม่มีการพิจารณา
ไปฟังรายละเอียดเรื่องนี้แบบชัดๆ กับ สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข สรุปแล้วนโยบายเรื่องนี้เป็นอย่างไร
และเกาะติดการขับไล่ ‘Amnesty’ พ้นประเทศ ทำไมต้องตอนนี้ กับ สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นักกิจกรรมทางการเมือง
พบกันวันนี้ 30 พฤศจิกายน เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ในรายการ THE STANDARD NOW กับ อ๊อฟ ชัยนนท์ ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD
TheStandardNow StandUpForPeople TheStandardCo

เคลียร์ชัดๆ ล็อกดาวน์หรือไม่ ถ้าเจอ Omicron - มองปรากฏการณ์ ไล่ ‘Amnesty’ พ้นไทย  | THE STANDARD NOW

เตือน!“โอไมครอน”น่ากังวลมาก คาดฟักตัวมาจากผู้ป่วยเอดส์ | TNN ข่าวค่ำ | 27 พ.ย. 64


นักวิจัยด้านไวรัสวิทยา จากไบโอเทค สวทช. ระบุว่า โควิดกลายพันธุ์ที่สายพันธุ์ใหม่ที่ชื่อ“โอไมครอน”ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO)ประกาศให้เป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล ถือเป็นสายพันธุ์ที่ “น่ากังวลมาก” เนื่องจากไม่มีใครคิดว่าจะมีการกลายพันธุ์หลายตำแหน่งและเป็นตำแหน่งที่สำคัญ ซึ่งบ่งชี้ว่าภูมิคุ้มกันจากวัคซีนอาจป้องกันไม่ได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อวัคซีนขนานต่างๆที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังเสี่ยงติดเชื้อซ้ำได้อีก ขณะที่คาดว่าต้องใช้เวลาประเมินความรุนแรงของไวรัสสายพันธุ์นี้อีกระยะ โดยไวรัสสายพันธุ์นี้พบว่าถูกบ่มฟักในตัวผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือ ผู้ป่วยเอดส์ในแอฟริกาใต้ ตั้งแต่ปีที่แล้วและสามารถอยู่ในร่างกายได้นาน และเพิ่งมากระจายเชื้อเมื่อเดือนที่ผ่านมาในแอฟริกาใต้
ช่องทางติดตามสถานีข่าว TNN ช่อง16
https://www.tnnthailand.com
https://tv.trueid.net/live/tnn16
https://www.youtube.com/c/tnn16
https://www.facebook.com/TNNthailand/
https://www.facebook.com/TNN16LIVE/
https://twitter.com/tnnthailand
https://www.instagram.com/tnn_online/
https://www.tiktok.com/@tnnonline
Line @TNNONLINE หรือคลิก https://lin.ee/4fP2tltIo
ทันโลก ทันเศรษฐกิจ ทันทุกความจริง กับ TNNช่อง16 สถานีข่าวที่ถือหลักการของการนำเสนอข่าวตรงประเด็น รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นกลาง โดยทีมข่าวมืออาชีพ

เตือน!“โอไมครอน”น่ากังวลมาก คาดฟักตัวมาจากผู้ป่วยเอดส์ | TNN ข่าวค่ำ | 27 พ.ย. 64

เลี่ยงไม่ได้แล้ว !! \”พลังประชารัฐ\” ใกล้แตกหักชัดเจน


แม้ว่ามีรายงานข่าวล่าสุดออกมา เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาว่า “กลุ่มสามมิตร” และอีกบางกลุ่ม กำลังรอจังหวะที่จะย้ายพรรคในการเลือกตั้งสมัยหน้า
โดยอ้างว่า จะกลับไปรังเก่า คือ “พรรคเพื่อไทย” ก็ตาม แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่ชัวร์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ว่าจะเป็นไปตามนั้นหรือไม่ หรือหากมีรายการย้ายพรรคกันจริง จะยกโขยงกันไปพรรคเพื่อไทย
จริงหรือเปล่า
ซึ่งรายการแบบนี้อาจเป็น“ข่าวปล่อย” ที่จงใจออกมาเพื่อให้เกิดความหวาดระแวงกันเองภายใน ในช่วงที่กำลังถูกมองว่าเริ่มเข้าสู่ภาวะ“หัวเลี้ยวหัวต่อ” ในทางการเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ
นั่นคือ หากโฟกัสในแต่ละพรรค โดยเฉพาะบรรดาพรรคขนาดใหญ่และขนาดกลาง เริ่มมีการเคลื่อนไหวในทางลับ แบบเห็นเงาหลังกันวูบวาบ ซึ่งหากเข้าใจการเมืองแบบไทยๆ ก็ย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก
เพราะมันเป็นมาแบบนี้กันทุกสมัย มีการย้ายเข้าย้ายออก หรือแยกไปตั้งพรรคใหม่เป็นเรื่องธรรมดา
อย่างไรก็ดี หากพิจารณาในเรื่องดังกล่าว ก็ต้องเชื่อมต่อเนื่องกันไปสองสามเรื่องที่บังเอิญมาสอดคล้องกันพอดี
อย่างแรกคือ ความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐ การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้กลับไปใช้บัตรเลือกตั้งสองใบ ทำให้มองและเชื่อว่า พรรคขนาดใหญ่โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยได้เปรียบ
และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดพรรคการเมืองใหม่ และกลายเป็นพรรคขนาดใหญ่ในอนาคต
เริ่มจากปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐกันก่อน นาทีนี้ต้องยอมรับกันว่า ยัง“อึมครึม” ไม่มีความชัดเจนแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะจากกรณีการเคลื่อนไหว “โค่นล้ม”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ใน“ศึกซักฟอก”ครั้งที่ผ่านมา ย่อมไม่มีทางสมานเป็นเนื้อเดียวกันไปได้ และเมื่อมองจากอาการของแต่ละฝ่าย มันก็ทำให้มองได้อย่างนั้นจริงๆ เพราะหากเค้นถาม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
ที่ถูกปลดพ้นตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ยังเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ
และก็ยังไม่เคยยืนยันเลยสักครั้ง ว่าจะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกครั้ง มีคำตอบที่ว่า ทุกอย่างอยู่ที่“ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคเท่านั้น
อีกทั้งในการเลือกตั้งครั้งหน้า ก็ยังไม่ชัดอีกเช่นเดียวกันว่า นอกเหนือจากพรรคพลังประชารัฐ ที่พล.อ.ประวิตรย้ำว่า จะให้การสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว
ยังมีรายชื่อคนอื่นหรือไม่ ซึ่งในนั้นจะเป็นชื่อของ“ลุงป้อม”หรือไม่ และที่ผ่านมา หากพิจารณาจากความเคลื่อนไหว จะเห็นภาพของ ร.อ.ธรรมนัส และ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ซึ่งเคลื่อนไหวร่วมกัน
จนถูกปลดจากเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน ก็ยังคงรั้งตำแหน่งเหรัญญิกของพรรคเช่นเดิม และยังแสดงบทบาทในพรรคมากขึ้นกว่าเดิม โดยพยายามเดินสาย “เปิดตัวผู้สมัคร”ในหลายจังหวัด
ในภาคอีสาน และจังหวัดชายแดนภาคใต้
แม้ว่าที่ผ่านมา จะพยายามแสดงบทบาทในลักษณะ แยกกันแบบไม่ทับซ้อน เช่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ย้ำก่อนหน้านี้ว่า
เขาทำหน้าที่เป็นฝ่ายบริหารในรัฐบาล ส่วนเรื่องของพรรคพลังประชารัฐ ต้องแยกออกไปเป็นหน้าที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และแม้ว่าล่าสุด จะมีการยืนยันหนักแน่นอีกครั้งจากปากของ
พล.อ.ประวิตรว่า ไม่มีทางแยกจากกันได้กับพล.อ.ประยุทธ์ นอกจากความตายเท่านั้น เพราะเป็นความสัมพันธ์ที่พิเศษยาวนานกว่า 40 ปี
แต่นั่นก็ยังไม่ชัวร์อยู่ดี เพราะเมื่อพิจารณาจากท่าทีของ “ลูกหาบ”รอบตัวแล้ว มันไม่มีทางเดินทางเดียวกันได้เลย เพียงแต่ว่ายังไม่ถึงเวลาเท่านั้นเอง
และนอกเหนือจากนี้หากพิจารณาถึงกลุ่มก๊วนภายในพรรคพลังประชารัฐแล้ว มีอยู่หลากหลายกลุ่ม ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มสามมิตร ที่นำโดย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน , นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
และ นายอนุชา นาคาศัย เท่านั้น เพราะยังมีกลุ่มอื่น เช่น กลุ่มตะวันออก ของ นายสุชาติ ชมกลิ่น , กลุ่มภาคกลาง ของ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ , ภาคเหนือตอนล่าง กลุ่มเพชรบูรณ์ เป็นต้น
ซึ่งจะว่าไปแล้วกลุ่มต่างๆเหล่านี้ ซึ่งอาจรวมถึงกลุ่มสามมิตรนั้น ระยะหลังมีความใกล้ชิดกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มากเป็นพิเศษ ไม่ได้เห็นร่วมกิจกรรมกับกลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส
ยกเว้น “กลุ่มโคราช” ของนายวิรัช รัตนเศรษฐ เท่านั้น
เมื่อมีรายงานที่อ้างว่า “กลุ่มสามมิตร”จะแยกวงออกไป หรือย้ายกลับรังเพื่อไทยนั้น
แต่ข่าวที่ว่านั้นเป็นจริงก็อาจเป็นไปได้ ที่ต้องมองไปถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า อันเป็นผลมาจาก“กติกาใหม่” ที่เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะได้เปรียบ รวมไปถึงมองเห็นว่า พรรคพลังประชารัฐไม่มีจุดขาย
“กระแสลุงตู่”ตกลงไป
เพราะหากมองเรื่องจุดขายแล้ว ก็เห็นจะปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่า ทั้ง “แป้ง” และ “นาฬิกา” ย่อมไม่อาจเป็น“กระแส”นำไปสู่การชนะการเลือกตั้งทั่วประเทศได้ อย่างแน่นอน
อีกทั้งมีจำนวนไม่น้อยที่ยังกระอักกระอ่วน ประเภทแฟนคลับ“ลุงตู่” แต่ไม่อยากได้แป้งและนาฬิกา อะไรประมาณนั้น ก็มีไม่น้อย
และที่เชื่อมโยงต่อเนื่องกันถึงความเป็นไปได้อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือ โอกาสที่จะเกิด“พรรคสำรอง” เพื่อสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในลักษณะที่ชัดเจน“สะเด็ดน้ำ” ซึ่ง“โมเดล”นี้
ก็ยังมีการเคลื่อนไหวลับๆ อย่างต่อเนื่อง และก็เชื่อว่า ยังน่าเป็นไปได้สูงไม่น้อย เพราะหากพิจารณาจาก“ยุทธวิธี”ของทหารแล้ว ย่อมต้องมี“แผนสำรอง” หรือแผนสองเสมอ
ซึ่งแผนแบบนี้มันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเร่งเผยไต๋ออกมา หากสถานการณ์ยังไม่เหมาะสมเพียงพอ
ที่สำคัญ นาทีนี้ สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังถือว่า“ไม่ธรรมดา” ยังมีพลังทางการเมืองอยู่ไม่น้อย แม้ว่าพรรคเพื่อไทย จะถูกมองว่า“มาแรง” ในสนามเลือกตั้งคราวหน้า
แต่ต้องไม่ลืมว่า กระแส “กลัวทักษิณกลับมา” หรือประเภท “ไม่เลือกเราเขามาแน่” หรือกระแส “ต้านล้มเจ้า” ย่อมเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก ผู้จัดการออนไลน์
https://mgronline.com/politics/detail/9640000118066
เรื่องเล่าข่าวเด็ด
ชุมนุม
โควิด
เรื่องเล่า ข่าวเด็ด

เลี่ยงไม่ได้แล้ว !! \

นโยบายการจัดการศึกษา 12 ข้อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ


นโยบายการจัดการศึกษา 12 ข้อ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
น.ส.ตรีนุช เทียนทอง

นโยบายการจัดการศึกษา  12 ข้อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

นอกจากการดูหัวข้อนี้แล้ว คุณยังสามารถเข้าถึงบทวิจารณ์ดีๆ อื่นๆ อีกมากมายได้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆEconomy

Leave a Comment